2004/Dec/16

ซอด้วง

ซอด้วง ซอชนิดหนึ่งของไทย มีเสียงสูงแหลม การที่เรียกซอชนิดนี้ว่า "ซอด้วง" เพราะส่วนที่เป็นเครื่องอุ้มเสียงมีรูปร่างคล้ายเครื่องมือสำหรับดักสัตว์ที่เรียกว่า ด้วง
ลักษณะทั่วไปของซอด้วงมีส่วนประกอบดังนี้
1. กระบอก คือ ส่วนที่เป็นเครื่องอุ้มเสียงให้เกิดกังวาน ที่เรียกว่า "กระบอก" เพราะมีรูปร่างเหมือนกระบอกไม้ไผ่ ยาวประมาณ 13 ซม. หน้าซอกว้างประมาณ 6 ซม. กระบอกนี้ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้ชิงชัน ไม้ดำดง บาง
ทีทำด้วยรากต้นลำเจียกก็มี ที่นิยมว่าสวยงามนั้นทำด้วยงาช้าง ถ้าต้องการเสียงนุ่มนวลให้ใช้ไม้ลำเจียก ไม้ตาล เสียงแหลมกว้างให้ใช้ไม้ชิงชัน เสียงกลมให้ใช้ไม้พะยูง และเสียงแหลมเล็กให้ใช้ไม้ประดู่ ด้านหน้าของกระบอกมีวัสดุบาง ๆ ขึงปิดหน้า ส่วนใหญ่นิยมใช้หนังงูเหลือม ถ้าไม่มีหนังงูเหลือมจะใช้หนังแพะ หนังลูกวัว หรือกระดาษว่าวปิดซ้อนกันหลาย ๆ ชั้นก็ได้ แต่คุณภาพเสียงจะสู้หนังงูเหลือมไม่ได้


2. คันซอ ทำด้วยไม้หรืองาช้าง มีลักษณะกลมยาว สอดปักที่กระบอกและตั้งตรงขึ้นไป คันซอด้วงแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงบนตั้งแต่ใต้ลูกบิดขึ้นไปจนถึงปลายคันมีรูปร่างเป็นเหลี่ยมคล้ายโขนเรือ เรียกว่า "โขน" ไม่เรียก

3. ลูกบิด มี 2 ลูก เสียบอยู่ช่วงล่างของโขนหรือเหนือทวนล่าง ปลายลูกบิดเจาะรูไว้สำหรับร้อยสายซอเพื่อขึงให้ตึงตามความประสงค์ของผู้บรรเลง หัวลูกบิด (ที่มือจับ) ประดิษฐ์เป็นรูปคล้ายหัวเม็ดทรงมัณฑ์ หันไปทางเดียวกับส่วนปลายของโขนซอ ใช้สำหรับหมุนให้สายตึงหรือหย่อน ลูกบิดลูกล่างสำหรับสายที่มีเสียงสูง เรียกว่า "ลูกบิดสายเอก" ลูกบนสำหรับสายที่มีเสียงต่ำ เรียกว่า "ลูกบิดสายทุ้ม"


4. รัดอก คือ บ่วงเชือกสำหรับรั้งสายซอ นิยมใช้ขนาดเดียวกับสายเอกใช้ผูกรั้งสายซอทั้ง2 เข้ากับทวนล่าง พันโดยรอบประมาณ 4 รอบ เพื่อให้ได้คู่เสียงของสายเปล่าที่ชัดเจน รัดอกนี้จะอยู่ต่ำกว่าลูกบิดลูกล่างประมาณ

5. หย่อง คือ ไม้ชิ้นเล็ก ๆ หนาประมาณ 3 มม. ใช้หนุนสายซอให้พันขอบกระบอก และเป็นตัวกลางรับความสั่นสะเทือนจากสายซอไปยังหน้าซอ

6. คันชัก ทำด้วยไม้เนื้อแข็งหรืองาช้าง รูปโค้ง ด้านมือจับมีหมุดสำหรับเป็นหลักให้เส้นหางม้าคล้อง อีกด้านหนึ่งเจาะรูไว้เพื่อร้อยหางม้าแล้วขมวดให้แน่นให้เส้นหางม้าตึง ใช้เส้นทางม้าประมาณ 250 เส้นรวมกันขึงกับคันชักให้ตึงคล้ายคันกระสุน คันชักยาวประมาณ 74 ซม. ส่วนที่ขึงหางม้ายาวประมาณ 65 ซม. สอดเส้นหางม้าให้อยู่ภายในระหว่างสายเอกกับสายทุ้ม สำหรับชักเข้าชักออกซึ่งเรียกว่า "สี" ให้เส้นหางม้าถูกับสายซอ เส้นหางม้านั้นนิยมใช้ยางสนถูเพื่อให้มีความฝืดมากพอที่จะใช้สีกับสายซอให้เกิดเสียงดัง

แต่ที่นิยมว่าเสียงดีนั้น กะโหลกซอด้วงต้องทำด้วยไม้ลำเจียก ส่วนหน้าซอนิยมใช้หนัง งูเหลือมขึง เพราะทำให้เกิดเสียงแก้วเกิดความไพเราะอย่างยิ่ง ลักษณะขอซอด้วง มีรูปร่างเหมือนกับซอของจีนที่เรียกว่า ฮู ฉิน (Huchin) ทุกอย่าง

การเทียบเสียงซอด้วง : การเทียบเสียงซอด้วงใช้สายเอกเป็นหลัก โดยเทียบเสียงให้ตรงกับเสียงขลุ่ยเพียงออปิดรูปทั้ง 2 มือ เว้นนิ้วก้อยรูล่าง แล้วเป่าแหบ (อนุโลมเท่ากับเสียง เร (D) ของโน้ตสากล) สายทุ้มตรงกับเสียงขลุ่ยเพียงออปิดรูมือบนทั้งหมด แล้วเป่าธรรมดา (อนุโลมเท่ากับเสียง ซอล(G) ของโน้ตสากล) หรือเทียบสายทุ้มให้ต่ำลงมาจากสายเอก 4 เสียง เป็นคู่ 5 กับสายเอก สำหรับบรรเลงกับวงเครื่องสายหรือวงมโหรี

หน้าที่สำคัญของซอด้วงคือ ใช้บรรเลงในวงเครื่องสายและวงมโหรี เมื่อบรรเลงอยู่ในวงเครื่องสาย ผู้บรรเลงซอด้วงมีหน้าที่เป็นผู้นำวง และดำเนินทำนองเนื้อเพลงเป็นหลักของวง แต่เวลาบรรเลงอยู่ในวงมโหรีมีหน้าที่เพียงดำเนินเนื้อเพลงเท่านั้นไม่มีหน้าที่เป็นผู้นำวงเพราะในวงมโหรีมีระนาดเอกซึ่งเสียดังกว่าทำหน้าที่เป็นผู้นำวงอยู่แล้ว ส่วนวิธีบรรเลงของซอด้วงนี้ มีทั้งสีทำนองเก็บและทำนองอ่อนหวานเป็นเสียงยาว ๆ แล้วแต่ลักษณะของทำนองเพลงในตอนนั้น ๆ


หลังจากที่ อ่านประวัติจบแล้ว ก็มาฟังเรานึกถึงอดีตดีกว่าเนอะ

ครั้งแรกที่เรารู้จักเครื่องดนตรีไทยชนิดนี้นี้ก็คือ จากลูกพี่ลูกน้องของผมเอง เนื่องด้วยป๊าของลูกพี่ลูกน้องคนนี้หรือป้าของเรา เขาต้องการให้ลูก ๆ เขาได้เรียนดนตรีไทย ( ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันนิ ) แม่เราเห็นเข้าก็เลยอยากให้ลูกชายตัวเองเรียนด้วย คุณสมคิดก็เลยจัดการส่งลูกตัวเองไปเรียนดนตรีที่โรงเรียนวัดบ้านระกาด ไปเรียนดนตรีกับครูวีระ ฉ่ำตุ๋ย (ครูเขาไม่ยอมให้เรียกว่าอาจารย์เพราะว่า เขาให้เหตุผลว่าอาจารย์คือคนที่สอนหนังสือ ส่วนครูคือคนที่สอนทักษะต่าง ๆ) ครั้งแรกที่ได้สัมผัสโรงเรียนสอนดนตีแห่งนี้คือ คนเยอะมากโดยเฉพาะเด็ก ๆ ส่วนมากจะเป็นเด็กที่เรียนอยู่แถวนั้น มีแต่พวกเรานี่แหละที่บ้าถ่อมาถึงขนาดนี้ เครื่องดนตรีที่เราได้เรียนจากที่นี่ก็คือ ซอด้วงนี่แหละครับ ที่นี่สอนฟรีครับลืมบอกไป

วันนี้ไม่มีเวลาแล้วไว้ต่อตอน 2 ครับ



Comment

Comment:

Tweet


วเบะสิกวย้ะวำทbig smile
#5 by โฟล์ค (118.173.126.28) At 2008-10-11 08:21,
เป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่หัดเล่นตอนเด็ก ๆ อ่านแล้วคิดถึงจัง
#4 by tatz (203.158.207.33 /172.14.5.53, 203.158.207.252) At 2006-08-07 14:11,
เคยเล่นซออู้ค่ะ แต่ผลงาน.. มีแต่คนบอกว่า..
ไปนั่งฟังเฉยๆ ดีกว่าม้างงง เด๋วสีให้ฟัง

ว่างๆ จะทดลองมาสีให้บ้างก็ได้นะ
#3 by phenphorn At 2004-12-17 14:20,
ตอน ม.ปลาย ก็เป็นมือซอด้วงในวงดนตรีไทยของโรงเรียนเหมือนกัน พูดแล้วคิดถึงเพลงที่เคยเล่นแฮะ
#2 by nomnam (61.90.17.97) At 2004-12-16 16:22,
อืม.. คนแรกเลยเหรอเนี่ย - -"

เจ๋งดีอะ อย่างงี้แหละที่เค้าเรียกว่าคูลแบบไทยๆ
ลป. ไม่ต้องมาสีให้ฟังนะ.. -"-
#1 by แว๊บบบ (61.91.219.41) At 2004-12-16 11:25,